วิธีวัดกระแสสตาร์ทแบตเตอรี่?

การวัดค่ากระแสสตาร์ท (CA) หรือกระแสสตาร์ทเย็น (CCA) ของแบตเตอรี่นั้น ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะเพื่อประเมินความสามารถของแบตเตอรี่ในการจ่ายพลังงานเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ นี่คือขั้นตอนโดยละเอียด:

อุปกรณ์ที่จำเป็น:

  1. เครื่องทดสอบโหลดแบตเตอรี่ or มัลติมิเตอร์พร้อมฟังก์ชั่นทดสอบ CCA
  2. อุปกรณ์ป้องกันภัย (ถุงมือและแว่นตาป้องกัน)
  3. ทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่

ขั้นตอนการวัดกระแสไฟสตาร์ท:

  1. เตรียมตัวสำหรับการทดสอบ:
    • ตรวจสอบให้แน่ใจว่ารถดับเครื่องแล้ว และแบตเตอรี่ชาร์จเต็มแล้ว (แบตเตอรี่ที่ชาร์จไม่เต็มจะให้ผลลัพธ์ที่ไม่ถูกต้อง)
    • ทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่เพื่อให้แน่ใจว่ามีการสัมผัสที่ดี
  2. ตั้งค่าเครื่องทดสอบ:
    • เชื่อมต่อสายบวก (สีแดง) ของเครื่องทดสอบเข้ากับขั้วบวกของแบตเตอรี่
    • เชื่อมต่อสายไฟด้านลบ (สีดำ) เข้ากับขั้วลบ
  3. ตั้งค่าเครื่องทดสอบ:
    • หากใช้เครื่องทดสอบแบบดิจิทัล ให้เลือกการทดสอบที่เหมาะสมสำหรับ "กระแสสตาร์ท" หรือ "CCA"
    • ป้อนค่า CCA ที่ระบุไว้บนฉลากแบตเตอรี่ ค่านี้แสดงถึงความสามารถของแบตเตอรี่ในการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่อุณหภูมิ 0°F (-18°C)
  4. ทำการทดสอบ:
    • สำหรับการทดสอบโหลดแบตเตอรี่ ให้จ่ายโหลดเป็นเวลา 10-15 วินาที แล้วจดบันทึกค่าที่ได้
    • สำหรับเครื่องทดสอบแบบดิจิทัล ให้กดปุ่มทดสอบ แล้วอุปกรณ์จะแสดงค่าแอมป์สตาร์ทจริง
  5. ตีความผลลัพธ์:
    • เปรียบเทียบค่า CCA ที่วัดได้กับค่า CCA ที่ผู้ผลิตระบุไว้
    • หากค่าที่ได้ต่ำกว่า 70-75% ของค่า CCA ที่ระบุไว้ แสดงว่าแบตเตอรี่อาจต้องเปลี่ยนใหม่
  6. ตัวเลือกเสริม: ตรวจสอบแรงดันไฟฟ้าระหว่างการสตาร์ทเครื่องยนต์:
    • ใช้มัลติมิเตอร์วัดแรงดันไฟฟ้าขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ แบตเตอรี่ที่อยู่ในสภาพดีไม่ควรมีแรงดันไฟฟ้าต่ำกว่า 9.6 โวลต์

คำแนะนำด้านความปลอดภัย:

  • ทำการทดสอบในบริเวณที่มีการระบายอากาศดี เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับไอระเหยจากแบตเตอรี่
  • หลีกเลี่ยงการทำให้ขั้วต่อลัดวงจร เพราะอาจทำให้เกิดประกายไฟหรือความเสียหายได้

วันที่เผยแพร่: 28 ตุลาคม 2568