การเก็บรักษาแบตเตอรี่รถบ้านอย่างถูกต้องในช่วงฤดูหนาวเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานและทำให้มั่นใจได้ว่าแบตเตอรี่จะพร้อมใช้งานเมื่อคุณต้องการ ต่อไปนี้คือคำแนะนำทีละขั้นตอน:
1. ทำความสะอาดแบตเตอรี่
- ขจัดสิ่งสกปรกและคราบกัดกร่อน:ใช้เบกกิ้งโซดาผสมน้ำแล้วใช้แปรงขัดทำความสะอาดขั้วต่อและตัวเครื่อง
- เช็ดให้แห้งสนิท:ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีความชื้นหลงเหลืออยู่เพื่อป้องกันการกัดกร่อน
2. ชาร์จแบตเตอรี่
- ควรชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนเก็บรักษาเพื่อป้องกันการเกิดซัลเฟต ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อแบตเตอรี่มีประจุเหลือน้อย
- สำหรับแบตเตอรี่ตะกั่วกรด การชาร์จเต็มโดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ12.6–12.8 โวลต์แบตเตอรี่ LiFePO4 โดยทั่วไปต้องการ13.6–14.6 โวลต์(ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของผู้ผลิต)
3. ถอดและนำแบตเตอรี่ออก
- ถอดแบตเตอรี่ออกจากรถบ้านเพื่อป้องกันการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็นจนทำให้แบตเตอรี่หมด
- เก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่ที่เหมาะสมสถานที่เย็น แห้ง และมีอากาศถ่ายเทสะดวก(ควรทำในที่ร่ม) หลีกเลี่ยงอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง
4. เก็บรักษาที่อุณหภูมิที่เหมาะสม
- สำหรับแบตเตอรี่ตะกั่วกรดอุณหภูมิในการจัดเก็บที่เหมาะสมควรเป็น40 ถึง 70 องศาฟาเรนไฮต์ (4 ถึง 21 องศาเซลเซียส)หลีกเลี่ยงสภาพอากาศหนาวจัด เนื่องจากแบตเตอรี่ที่หมดไฟอาจแข็งตัวและเสียหายได้
- แบตเตอรี่ LiFePO4ทนต่อความเย็นได้ดีกว่า แต่ก็ยังได้รับประโยชน์จากการเก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิปานกลาง
5. ใช้เครื่องบำรุงรักษาแบตเตอรี่
- แนบเครื่องชาร์จอัจฉริยะ or เครื่องรักษาแบตเตอรี่เพื่อให้แบตเตอรี่มีระดับประจุที่เหมาะสมตลอดฤดูหนาว หลีกเลี่ยงการชาร์จไฟเกินโดยใช้เครื่องชาร์จที่มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ
6. ตรวจสอบแบตเตอรี่
- ตรวจสอบระดับประจุแบตเตอรี่ทุกครั้ง4-6 สัปดาห์ชาร์จแบตเตอรี่หากจำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าระดับแบตเตอรี่สูงกว่า 50%
7. คำแนะนำด้านความปลอดภัย
- อย่าวางแบตเตอรี่ลงบนพื้นคอนกรีตโดยตรง ให้ใช้แท่นไม้หรือวัสดุฉนวนรองเพื่อป้องกันความเย็นซึมเข้าไปในแบตเตอรี่
- เก็บให้ห่างจากวัสดุที่ติดไฟได้ง่าย
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตเกี่ยวกับการจัดเก็บและการบำรุงรักษา
หากทำตามขั้นตอนเหล่านี้ คุณจะมั่นใจได้ว่าแบตเตอรี่รถบ้านของคุณจะอยู่ในสภาพดีตลอดช่วงนอกฤดูกาล
วันที่เผยแพร่: 17 มกราคม 2025